absolute volume

absolute volume

ผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล

นายแพทย์ ชาติชาย พฤกษาพงษ์ ได้รับคำชื่นชมและยอมรับในฝีมือการทำศัลยกรรมปรับลุกส์แปลงโฉมให้กับบรรดาคนไข้จำนวนมาก จากปากต่อปากที่แนะนำกันต่อๆ มาทำให้ชื่อเสียงของ คุณหมอชาติชาย พฤกษาพงษ์ เป็นที่รู้จักในเวลาอันรวดเร็ว
วันนี้มาพบกับการสัมภาษณ์ คุณหมอ ชาติชาย พฤกษาพงษ์ ที่ได้ให้เกียรติมาถ่ายแบบแฟชั่นกับนิตยสาร VOLUME พร้อมกับนางแบบทั้ง 4 คนที่ผ่านการทำศัลยกรรมโดยผีมือของคุณหมอ ชาติชาย

ทำไมคุณหมอจึงเลือกเรียนหมอค่ะ ?
ผมโตมาในครอบครัวที่เป็นหมอกันหลายคน คุณปู่เป็นหมอยาจีน ที่ย้ายรกรากมาจากเมืองจีน แล้วมาเปิดร้านยาจีนที่ชลบุรี จนมาถึงคุณพ่อและคุณแม่ของผมท่านก้เป็นหมอ ตอนเด็กๆ ผมก็วิ่งเล่นอยู่ในโรงพยาบาลตลอดเลยครับใครถามว่าอยากเป็นอะไร ไม่เคยมีอาชีพอื่นหลุดปากผมเลยนอกจาก…อยากเป็นหมอครับ
แต่คุณพ่อคุณแม่ของผมท่านก็ไม่ได้เชียร์ให้เป็นหมอ เพราะเห็นว่าเป็นหมอมันเหนื่อย ต้องเสียสละ และก้ไม่ได้รวยไปกว่าอาชีพอื่น ครั้งหนึ่งสมัยที่ผมจะเข้าเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย ผมเองร่ำร้องอยากไปเรียนเมืองนอกอย่างพี่ชาย ซึ่งคุณพ่อคุณแม่ก็ยินดีที่จะส่งไป แต่ท่านแนะนำว่า ถ้าผมยังอยากเรียนหมอ ควรเรียนที่เมืองไทย เพราะสุดท้ายเราจะต้องดูแลคนไทยควรจะศึกษาลักษณะของโรค และธรรมชาติของโรคของคนในชาติเราดีกว่า
ตอนนั้นเกิดความขัดแย้งในใจนะครับ และสุดท้ายก็ตัดสินใจไม่ไปเรียนเมืองนอก ผมกลับไปเรียนมัธยมต่อ อีกปีก้ได้เข้าเรียนแพทย์สมใจ คณะแพยทศาสตร์ รพ.รามาธิบดี ม.มหิดล

ช่วงชีวิตตอนเรียนแพยท์เป็นอย่างไรบ้างค่ะ ?
ครับ ได้ใช้ชีวิตกับเพื่อนๆ เพราะนักศึกษาแพทย์ต้องอยู่หอพักเราก้โตขึ้น มีความรับผิดชอบมากขึ้น การเรียนไม่ได้จบแค่ในห้อง ต้องศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม ผมทำกิจกรรมเยอะ จัดว่าเป็นคนบ้ากิจกรรมเลยครับ ผลการเรียนก็กลางๆ มาได้คะแนนดีก็ช่วงปีท้ายๆ ที่ได้รักษาคนไข้จริงๆ คงเพราะเป็นสิ่งที่ชอบและรอมาตั้งแต่เด็ก คนไข้ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลคนแรก หมอก็ตื่นเต้นมาก พูดคุย สัมภาษณ์ประวัติ ดูแลจนดึก กระทั่งคนไข้บอกให้ผมกลับไปพักผ่อนเถอะ (หัวเราะ)

คุณหมอทำอะไรค่ะหลังเรียนจบแล้ว ?
ผมไปศึกษาต่อด้านศัลยกรรมที่ .ขอนแก่น การได้อยู่ต่างจังหวัดก็ต่างจากในกรุงเทพ คนไข้คนละแบบ โรคก็คนละแบบ ได้ช่วยเหลือชาวบ้านมากขึ้น คนไข้ทางศัลยกรรมก็มีหลากหลาย ทั้งอุบัติเหตุรถชน ถูกแทง ถูกฟัน ต้องผ่าตัดฉุกเฉินเพื่อช่วยชีวิตกันทุกวัน
ช่วงนั้นได้นอนวันละ 2-3 ชั่วโมงก็ถือว่าเยอะแล้ว แต่ก็นับว่าคุ้ม เพราะเราได้ช่วยให้คนรอดชีวิต ให้เขาไม่พิการ ไม่ต้องสูญเสียอาชีพ ไม่ต้องเป็นภาระของครอบครัว
การที่ได้ผ่านงานในหลายรูปแบบของศัลยกรรม ทำให้ผมได้ค้นพบว่าตัวเองชอบด้านศัลยกรรมตกแต่ง เพราะเป็นการประยุกต์ระหว่างการแพทย์และศิลปะเข้าด้วยกัน ไม่มีการรักษาที่ตายตัว คนไข้แบบหนึ่งอาจเลือกรักษาได้หลายแบบ แต่สุดท้ายต้องได้ความสวยงาม หรือแก้ไขความพิการของคนไข้ได้ ผมจึงกลับมาศึกาต่อยอดด้านศัลยกรรมตกแต่งที่ รพ.รามาธิบดีอีกครั้ง

การทำงานหลังจากนั้นเป็นอย่างไรค่ะ ?
หลังจากเรียนต่อด้านศัลยกรรมตกแต่งแล้ว ผมก้ได้มีโอกาสเข้ารับราชการที่ รพ.พระมงกุฎเกล้า ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจในชีวิตมากครับ ได้รับใช้ดูแลบรรดาทหาร และครอบครัวของทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศชาติ คุ้มครองประชาชน
นอกจากงานหลักคือ การเป็นแพทย์ทหาร หรือทหารเหล่าแพทย์ที่เป็นกำลังสนับสนุนของกองทัพ ช่วยเหลือด้านการแพทย์ของกองทัพแล้วยังมีงานด้านการสอน ผลิตแพทย์ให้กับวิทยาลัยแพทยศาสตร์ พระมงกุฎเกล้ารวมทั้งงานด้านการวิจัย ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้มีความก้าวหน้าทางการแพทย์อีกด้วย

คุณหมอมีมุมมองต่อเทรนด์การทำศัลยกรรมตกแต่งในปัจจุบันอย่างไรค่ะ ?
ในยุคนี้ การทำศัลยกรรมเป็นเหมือนกระแสน้ำที่ไหลมาและเชี่ยวกรากมาก ยากที่จะไปขวางได้ เริ่มต้นจากที่คนเราทุกคนไม่มีใครเกิดมาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบในเรื่องของรูปร่างและหน้าตา บางคนแฮปปี้พอใจกับตัวเองแล้ว ก้ไม่ต้องทำอะไร บางคนอาจไม่ชอบก็อยากแก้ไขปรับปรุง ก้อาจจะต้องพึ่งศัลยกรรมตกแต่ง เพื่อที่จะมีความสุขหรือมีชีวิตที่ดีขึ้น
ส่วนตัวผมที่เป็นศัลยแพทย์ตกแต่ง และอยู่กับงานตรงนี้มานาน ก้ยอมรับว่าในช่วงที่ผ่านมามีการตื่นตัวเรื่องการทำศัลยกรรมมากขึ้น อาจจะเพราะมีอิทธิพลจากสื่อต่างๆ ทั้งอินเตอร์เน็ต โซเชี่ยลเน็ตเวิร์ก ทำให้เราต้องนำรูปของเราไปใช้บนสื่อเหล่านั้นมากขึ้นอีกทั้งมีหลายๆ งานที่ต้องใช้รูปร่างหน้าตาในการทำงาน หรือเพื่อเพิ่มโอกาสในการทำงานมากขึ้นด้วย ซึ่งต่างก็เป็นส่วนที่ทำให้คนอยากทำศัลยกรรมกัน

เพราะฉะนั้นแนวโน้มความนิยมในการทำศัลยกรรมน่าจะมากขึ้นใช่ไหมค่ะ ?
แน่นอนครับ แนวโน้มของเทรนด์จะมากกว่าในตอนนี้อยู่แล้ว เพราะเมื่อคนทำแล้วออกมาดี ก็จะมีการบอกต่อ ดารานักแสดงนักร้องก่อนเข้าวงการก็ทำ เข้าวงการมาแล้วก้ยังต้องปรับปรุงกันอยู่เรื่อยๆ การทำศัลยกรรมจึงกลายเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว และทุกอย่างก็จะเป็นอะไรที่เอ็กซตรีมขึ้น เพราะฉะนั้นเปอร์เซ็นต์ในการทำศัลยกรรมคงต้องมากขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

หากคนๆ หนึ่งคิดอยากทำศัลยกรรม คุณหมอจะแนะนำอย่างไรค่ะ ?
ผมคงไม่สนับสนุนคนที่ไม่อยากทำให้มาทำศัลยกรรมตกแต่ง แต่สนับสนุนคนที่อยากทำ ให้ศึกษาหาข้อมูลให้ดีก่อนทำ เพื่อให้ได้รับบริการที่ปลอดภัยและดีที่สุด สำหรับผู้ที่จะทำศัลยกรรมผมว่าอายุเป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่ง อย่างน้อยควรจบมัธยมปลายก่อนคือประมาณ 18 ปีขึ้นไป เพราะเรื่องของโครงหน้าเริ่มเข้าที่แล้ว และในเรื่องของความคิดก็มีความเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น สามารถที่จะตัดสินใจทำอะไรได้ด้วยตัวเอง แต่ถ้ายังเรียนอยู่ก็ควรจะต้องปรึกษาคุณพ่อคุณแม่ก่อนสักนิดนะครับ
เพราะการทำศัลยกรรมตกแต่งคือ การเปลี่ยนแปลงร่างกายตัวตนของเรา และบางอย่างเปลี่ยนไปแล้วก็เปลี่ยนกลับไม่ได้ จึงควรอย่างยิ่งที่จะศึกษาหาความรู้และข้อมูลต่างๆให้ดีก่อน คนไข้คนไหนของผมมาปรึกษา และบอกว่าศึกษาข้อมูลมาเยอะ ผมจะยิ่งรู้สึกสบายใจที่จะดูแลเขา

หากคุณหมอจะให้คำแนะนำ จะแนะนำให้ไปทำศัลยกรรมกับใครจึงจะปลอดภัยและดีที่สุดค่ะ ?
ไม่ใช่หมอทุกคนจะสามารถทำผ่าตัดศัลยกรรมตกแต่งได้ ศัลยแพทย์ตกแต่งในเมืองไทยต้องเรียนต่อเฉพาะทางอย่างน้อย 5 ปี และเรามีสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งแห่งประเทศไทย ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลศัลยแพทย์ทุกท่านได้จากทางสมาคม เรามีการประชุม อัพเดตความรู้ข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนา ผมเชื่อว่าแพทย์ที่เป็นสมาชิกในสมาคมเรา จะสามารถดูแลผู้ที่ต้องการทำศัลยกรรมได้อย่างมีคุณภาพและปลอดภัยครับ

จรรยาบรรณของแพทย์ศัลยกรรมมีความสำคัญอย่างไรค่ะ ?
จรรยาบรรณของแพทย์ทั่วไปก็เหมือนกันหมอ คือทำทุกอย่างบนความปลอดภัยของคนไข้ แต่ศัลยกรรมตกแต่งจะมีรายละเอียดมากขึ้นกว่าการรักษาคนไข้ทั่วไป เพราะมีการผ่าตัด มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ต้องทำความเข้าใจกับคนไข้ว่า สิ่งที่คนไข้จะได้กับสิ่งที่จะทำ มันตรงกับความต้องการของคนไข้ไหม เพราะบางครั้งเขาต้องการในสิ่งที่ป็นไปไม่ได้ จรรยาบรรณของแพทย์ คือต้องบอกคนไข้ว่าเป็นไปไม่ได้ หรือเป็นไปได้แค่ไหน
ศัลยกรรมตกแต่งไม่ใช่สิ่งจำเป็น หรือโรคที่ต้องรักษาทันที หากเป็นความต้องการของคนๆ หนึ่ง จึงต้องจูนความต้องการของคนไข้ กับความเป็นไปได้ว่าความจริงเราทำได้แค่ไหน บางคนนำรูปดารามา แล้วบอกว่าต้องการทำตามแบบดาราคนนี้ ผมก้ต้องอธิบายว่า ทำได้ไหม ได้แค่ไหน

ศัลยกรรมตกแต่งไม่ได้มีแต่ด้านดี เพราะการผ่าตัดอาจมีภาวะแทรกซ้อนขึ้นได้ การไปทำกับหมอที่ไม่ได้เชี่ยวชาญแล้วมาแอบอ้างว่าทำได้ เมื่อทำแล้วเกิดความผิดพลาด ก็ต้องมาแก้ไขกันอีก ทำพลาดไปแล้วมาแก้กับหมอที่เก่ง มันก้ไม่มีทางเหมือนกับการมาทำกับหมอเก่งๆ ตั้งแต่ครั้งแรกอย่างแน่นอนครับ