สิ่งที่ควรรู้และทำความเข้าใจเกี่ยวกับการป้องกัน พังผืดหลังเสริมหน้าอก

breast-fibrosis

เชื่อว่าในปัจจุบันยังคงมีสาว ๆ หลายคนที่เลือกทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกมาอาจจะรู้สึกกังวลใจ กลัวว่าตนเองจะพบเจอปัญหา การเกิดพังผืดหลังเสริมหน้าอก  โดยปกติแล้วพังผืดที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะบางและนิ่ม แต่หากร่างกายสร้างพังผืดหนาและแข็งผิดปกติ อาจทำให้รูปทรงหน้าอกผิดรูป มีอาการแข็งตึง และเจ็บปวดได้ ซึ่งอาจจะส่งผลต่อผู้ทำศัลยกรรมเสริมหน้าอกได้ในระยะยาว ในบทความนี้ทางเราขอทำหน้าที่นำพาทุกท่านไปไขข้อข้องใจ ว่าปัญหาพังผืดเกาะซิลิโคนเกิดขึ้นได้อย่างไรและอันตรายมากหรือไม่? จำเป็นจะต้องแก้ไขหรือรักษาอย่างไรบ้าง? พร้อมแล้วไปดูกันเลยค่ะ

พังผืดที่เกิดจากหลังเสริมหน้าอกมาเกิดขึ้นจากอะไร

ปัญหา พังผืดหลังเสริมหน้าอก เกิดจากปฏิกิริยาตามธรรมชาติของร่างกายเมื่อมีสิ่งแปลกปลอมเข้ามา โดยร่างกายจะสร้างเนื้อเยื่อพังผืดขึ้นมาล้อมรอบถุงซิลิโคน เพื่อแยกมันออกจากอวัยวะอื่น ๆ โดยพังผืดนี้เปรียบเสมือน “เกราะป้องกัน” ที่ร่างกายสร้างขึ้นมานั่นเอง โดยปกติแล้วชั้นพังผืดที่เกิดขึ้นจะมีลักษณะบางและนิ่ม แต่ในบางกรณี ร่างกายจะสร้างพังผืดที่หนาและแข็งผิดปกติ จนไปบีบรัดถุงซิลิโคน ทำให้หน้าอกมีรูปทรงที่ผิดปกติ แข็งเป็นก้อน และรู้สึกเจ็บปวดได้ ปัญหานี้มักพบได้บ่อยในผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนทรงกลมผิวเรียบ เนื่องจากพื้นผิวที่เรียบมีโอกาสเสียดสีและกระตุ้นการสร้างพังผืดได้ง่ายกว่าซิลิโคนผิวทรายหรือผิวหยาบในปัจจุบัน

สัญญาณเตือนการเกิดพังผืดหลังเสริมหน้าอก

  • ระยะที่ 1 (ระยะเริ่มต้น)

หน้าอกของคุณจะรู้สึกตึงและแข็งเล็กน้อยเมื่อสัมผัส ลองคลำดูแล้วรู้สึกว่าถุงซิลิโคนมีการขยับได้เล็กน้อย ไม่เป็นธรรมชาติเท่าที่ควร

  • ระยะที่ 2 (ระยะปานกลาง)

หน้าอกจะเริ่มมีลักษณะแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อมองด้วยตาเปล่าจะรู้สึกว่าเต้านมเป็นทรงแข็งเป็นก้อน เมื่อคลำดูจะรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งอยู่ภายใน

  • ระยะที่ 3 (ระยะรุนแรง)

ในระยะนี้หน้าอกจะมีลักษณะผิดรูปทรงอย่างชัดเจน สัมผัสแล้วแข็งมากจนรู้สึกได้ บางครั้งอาจสังเกตเห็นว่าซิลิโคนมีการเคลื่อนที่ไปอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ถูกต้อง และอาจมีอาการเจ็บปวดร่วมด้วย

วิธีแก้ไขเมื่อเป็นพังผืดหลังเสริมหน้าอก

  1. วิธีแก้ไขในระยะแรก

หากเป็น พังผืดระยะแรก สามารถรักษาได้ด้วยตัวเอง แพทย์จะแนะนำให้ นวดหน้าอกอย่างถูกวิธี และอาจมีการสั่งยาเพื่อช่วยให้เต้านมกลับมานิ่มและดูเป็นธรรมชาติได้อีกครั้ง

  1. การผ่าตัดเพื่อแก้ไขปัญหาพังผืดหลังเสริมหน้าอก

ในกรณีที่ปัญหาพังผืดมีความรุนแรงเกินกว่าจะแก้ไขด้วยการนวด แพทย์จะแนะนำให้ใช้วิธีการผ่าตัด ซึ่งเทคนิคที่ใช้จะขึ้นอยู่กับลักษณะของพังผืดและสภาพหน้าอกของคนไข้ โดยมี 2 วิธีหลัก คือ

  • การผ่าตัดเปลี่ยนตำแหน่งซิลิโคน: เป็นการผ่าตัดเพื่อย้ายตำแหน่งของถุงซิลิโคนไปอยู่ในตำแหน่งใหม่ เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดพังผืดซ้ำที่บริเวณเดิม
  • การผ่าตัดขยายโพรงซิลิโคน: วิธีนี้จะใช้เมื่อพังผืดมีความแข็งมากจนบีบรัดซิลิโคนจนไม่สามารถขยับได้ แพทย์จะทำการผ่าตัดเพื่อเลาะพังผืดและขยายพื้นที่รอบ ๆ ถุงซิลิโคนให้กว้างขึ้น เพื่อให้ซิลิโคนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมและนิ่มลง

การตัดสินใจเลือกวิธีผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุด แพทย์จะพิจารณาจากอาการและความรุนแรงของพังผืดเป็นหลัก เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  1. เทคนิคป้องกันพังผืดหลังเสริมหน้าอก

การนวดหน้าอกเป็นประจำคือวิธีป้องกันที่ดีที่สุด โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่เสริมหน้าอกด้วยซิลิโคนทรงกลม ขั้นตอนง่ายๆ มีดังนี้

  • ดันขึ้น-ลง: ใช้มือดันหน้าอกจากฐานล่างขึ้นไปถึงเนินด้านบน ค้างไว้ 10 วินาที จากนั้นดันกลับลงมาที่ฐานล่างแล้วค้างไว้อีก 10 วินาที
  • ดันเข้า-ออก: ใช้มือดันหน้าอกให้ชิดกัน ค้างไว้ 10 วินาที แล้วดันออกให้ห่างกัน ค้างไว้อีก 10 วินาที

ทำซ้ำขั้นตอนเหล่านี้วันละ 2-3 ครั้งอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้ซิลิโคนเข้าที่และคงความนิ่มเป็นธรรมชาติ ลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืดได้เป็นอย่างดี

สรุป พังผืดหลังเสริมหน้าอก

ภาวะ พังผืดหลังเสริมหน้าอก หรือ พังผืดเกาะซิลิโคน นั้น นับได้ว่าเป็นภาวะที่มักจะเกิดขึ้นจากการตอบสนองของร่างกายเมื่อมีการสวมใส่ซิลิโคน โดยร่างกายของคนเราจะสร้างเนื้อเยื่อพังผืดเพื่อที่จะห่อหุ้มซิลิโคนไว้เพื่อที่จะป้องกันสิ่งแปลกปลอม ส่วนสาเหตุที่พังผืดเกาะซิลิโคนที่มีความรุนแรงอาจจะมาจากหลาย ๆ ปัจจัยด้วยกัน อย่างเช่น เกิดการติดเชื้อ ซิลิโคนไม่สมบูรณ์ การอักเสบภายในร่างกาย เป็นต้น ด้วยเหตุนี้ การเลือกซิลิโคนที่มีคุณภาพสูงพร้อมทั้งการดูแลหลังการผ่าตัดอย่างถูกวิธี จึงนับได้ว่าเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากเพื่อที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดพังผืดเกาะซิลิโคนหลังเสริมหน้าอกได้นั่นเอง